
วัดจอมแก้วมณีรัตน์
แขวงบ่อแก้ว เป็นแขวงที่มีขนาดเล็กสุดของประเทศลาว มีพรมแดนติดกับประเทศไทย ประเทศพม่าครับ เดิมบริเวณนี้เรียกว่า หัวโขง เพราะตั้งอยู่ต้นแม่น้ำโขงครับ แต่ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ่อแก้ว มีห้วยทรายเป็นเมืองหลวงนั่นเองครับ เป็นเมืองท่าการค้าที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำโขง สมัยฝรั่งเศสเข้ามาปกครองลาวนั่นเอง
ส่วนวัดจอมแก้วมณีรัตน์ นั้นเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองครับ ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองหันหน้าสู่แม่น้ำ สูงประมาณ 100 เมตรเห็นจะได้ครับ เป็นวัดอยู่บนเขาสูง มองเห็นวิวของเมืองห้วยทรายและฝั่งเชียงของของประเทศไทยได้ด้วย วัดนี้ตั้งอยู่ตรงท่าข้าม ที่จะข้ามไปยังท่าเรือบั๊กของไทยเรานั่นเอง
ภาย ในบริเวณวัดมีพระอุโบสถขนาดกลางสร้างด้วยไม้สัก เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ ฝาผนังโดยรอบของพระอุโบสถมีภาพเขียนสีน้ำมัน ลักษณะเป็นศิลปกรรมแบบลาวมีสีสันที่สวยงามมากครับ ส่วนที่หอระฆังมีระฆังและกลองขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของหอระฆัง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของฝั่งไทยและท่าเรือบั๊คได้อย่างชัดเจนครับ

วัดจอมเขามณีรัตน์ จะมีทั้งบันไดเดินขึ้นหลายร้อยขั้นครับ แต่รถก็สามารถขึ้นไปได้ด้วย ชาวห้วยทรายเองก็จะไปทำบุญและตักบาตรข้าวเหนียวกันที่วัดนี้ทุกวันพระครับ ถ้าลองสังเกตดูวัดในประเทศลาวนั้นจะมีพญานาคที่หลังคาวัดแทนที่จะเป็นหงส์เหมือนวัดของประเทศพม่า วัดของลาวเหมือนทางวัดทางวัดทางเหนือของไทยเราที่จะไม่มีเมรุเผ่าศพอยู่ในวัดนั่นเองครับ และที่เห็นแปลกตาอีกอย่างของการทำบุญที่วัดจอมเขามณีรัตน์แห่งนี้ ก็คือ เมื่อเขาตักบาตรเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านก็จะเอาข้าวเหนียวไปป้อนให้ปากพญานาค และก็ขออะไรสักอย่างหนึ่ง

หลังจากใส่ข้าวที่ปากพญานาคเสร็จแล้ว ก็จะขึ้นไปฟังพระสวดบนศาลา คงเป็นประเพณีอย่างหนึ่ง หากเพื่อนๆได้เดินทางไป ก็ลองศึกษาตรงนี้ดูละกันนะครับ
ที่ ห้วยทรายแห่งนี้อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปีครับ ด้วยความที่อยู่สูงกว่าหลวงพระบางนั่นเอง เมื่อเพื่อนๆมีโอกาสได้เดินทางมายังเชียงของ ก็อยากให้ลองข้ามท่าเรื่อบั๊กมาเที่ยวที่นี่ดู เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำกันอีกที่ครับสำหรับการเดินทางมาเที่ยวลาว
อีกซักหน่อยครับก็อีกสถานที่ท่องเที่ยวของที่เมืองนี้ “วัดพระธาตุตากผ้าทอง” ที่ ชาวบ้านเล่าลือกันว่า ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ จะมีแสงพวยพุ่งออกมาจากองค์พระธาตุ ด้วยความน่าสนใจของที่นี้และเสียงเล่าลือเสียงเล่าอ้าง สถานที่ต่อไปก็เห็นจะเป็นที่นี่แหละครับ

